ภาษาอังกฤษระดับประถม สารบัญ


Futre Tense แบ่งได้เป็น

Future Simple

เป็นการใช้พูดถึงเหตุการณ์ในอนาคตมี 2 แบบ คือ

  • ใช้ will
  • ใช้ be going to
การใช้ ตัวอย่าง
Case 1 ใช้ will ในการกล่าวถึงเหตุการณ์อนาคต ตัวอย่างเช่น I will go to department store tomorrow.
พรุ่งนี้ฉันจะไปห้างสรรพสินค้า
Case 2 ใช้ will ในการสัญญา ตัวอย่างเช่น Don’t worry, I will make sure he will go to see doctor tomorrow
ไม่ต้องห่วงไป ฉันสัญญาว่าจะให้เขาไปพบหมอวันพรุ่งนี้
Case 3 ใช้ be going to ในการกล่าวถึงแผนการ ตัวอย่างเช่น Tom is going to take his nephew to Disneyland next Sunday.
ทอมจะพาหลานชายไปดีสนีย์แลนด์ในวันเสาร์หน้า
Case 4 ใช้ will หรือ be going to ในการกล่าวถึงการคาดการณ์ ตัวอย่างเช่น The upcoming year is going to be great.
ปีที่กำลังจะมาถึงจะเป็นปีที่ยอดเยี่ยม

  • ถ้าใช้ When, While, Before, After, By the time, As soon as, If, Unless ให้ใช้ Simple Tense
    ตัวอย่างเช่น As soon as I am home, I will call you. ทันทีที่ฉันกลับถึงบ้าน ฉันจะโทรหาคุณ
  • การใช้ never และ ever
    1.1 She will never call him.เธอไม่เคยคิดจะโทรหาเขา
    1.2 Will she ever call him? เธอจะคิดโทรหาเขาบ้างไหม
    2.1 Tom is never going to buy second hand mobile phone. ทอมไม่เคยคิดจะซื้อมือถือมือสอง
    2.2 Is Tom ever going to buy second hand mobile phone? ทอมจะคิดซื้อมือถือมือสองบ้างไหม

Future Continuous

มี 2 รูปแบบ ได้แก่

  • ใช้ will + be + Ving
  • ใช้ be going to + be + Ving
การใช้ ตัวอย่าง
Case 1 ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่ดำเนินต่อเนื่องในอนาคตและมีอีกเหตุการณ์หนึ่งเข้ามา
  • ตัวอย่างเช่น I will be sleeping when Tony arrives
    ฉันคงจะกำลังนอนหลับแล้วเมื่อโทนี่มาถึง
  • Linda is going to be staying at her aunt’s house, so she will not see John when he arrives.
    ลินดาคงจะกำลังพักที่บ้านของคุณป้าดังนั้นเธอจะไม่ได้เจอจอนห์ตอนเขามาถึง
Case 2 ใช้เวลาที่เป็นจุดใดจุดหนึ่งเป็นตัว Interrupt
  • ตัวอย่างเช่น Tonight at 6.00 p.m., I am going to be eating dinner.
    วันนี้ตอน 6 โมงเย็น ฉันคงกำลังกินอาหารเย็นอยู่
    ข้อแตกต่างระหว่าง Tonight at 6.00 p.m., I am going to be eating dinner หรือ I am going to eat dinner.
    ประโยคแรกมีความหมายว่าเริ่มทานไปแล้ว และตอนเวลา 6 โมงเย็นก็ยังทานอยู่
    ประโยคที่สองมีความหมายว่า ฉันจะเริ่มทานอาหารเย็นตอนเวลา 6 โมงเย็น
  • This time next month, I will be skiing.
    เวลาตอนนี้เดือนหน้า ฉันคงกำลังเล่นสกี
Case 3 ใช้เล่าถึงเหตุการณ์ในอนาคต 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ตัวอย่างเช่น She is going to be practicing piano and he is going be playing VDO game.
เธอคงจะกำลังซ้อมเปียโนและเขาคงจะกำลังเล่นเกม


ถ้ามีวลีบ่งบอกเวลา (Time clause) ให้ใช้ Present Continuous แทน ห้ามใช้ Future Continous
ตัวอย่างเช่น While I am going to be washing my car, she is going to clean the kitchen.
While I am washing my car, she is going to clean the kitchen.

Case 4 ใช้ในประโยคที่เป็นการคาดการณ์หรือถามเหตุกาณ์ในอนาคต
  • ตัวอย่างเช่น I guess you will be feeling hungry after working long hours.
    ฉันเดาว่าคุณคงกำลังหิวหลังจากทำงานนานหลายชั่วโมง
  • You will be missing Thai food once you are back in Canada.
    คุณคงจะกำลังคิดถึงอาหารไทยเมื่อคุณกลับไปแคนาดา
Case 5 ใช้ในรุปแบบการตั้งคำถามเพื่อจะขอข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอนาคตอย่างสุภาพ
  • ตัวอย่างเช่น When will you be leaving?
    คุณจะกลับเมื่อไหร่ (ประโยคนี้จะสุภาพกว่า การใช้ Future Simple Tense: When will you leave? มีความหมายว่า เมื่อไหร่คุณจะกลับ จะเป็นคำถามในลักษณะบอกให้กลับ)
  • Will you be joining us to the party tonight?
    คุณจะไปร่วมปาร์ตี้กับเราคืนนี้ไหม
Case 6 เมื่อใช้กับคำว่า Still จะหมายถึงเหตุการณ์ได้เกิดขึ้นแล้วและยังดำเนินต่อไปในอนาคต
  • ตัวอย่างเช่น In an hour, I will still be washing my car.
    ในอีกชั่วโมงข้างหน้า ฉันก็ยังคงจะกำลังล้างรถอยู่
  • Tomorrow morning it will still be raining.
    พรุ่งนี้เช้าฝนก็คงยังกำลังตกอยู่

Future Perfect

มี 2 รูปแบบ ได้แก่

  • ใช้ will + have + V3
  • ใช้ be going to + have + V3
การใช้ ตัวอย่าง
Case 1 ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่เสร็จก่อนเวลาใดๆในอนาคต
  • ตัวอย่างเช่น By next December, I will have finished writing this book
    ในธันวาคมปีหน้าฉันคงเขียนหนังสือเล่มนี้เสร็จ
  • By next year, will she have graduated?
    ภายในปีหน้า เธอจะเรียนจบไหม
  • I am not going to have finished cooking by 5 o’clock
    ฉันไม่น่าจะทำอาหารเสร็จภายใน 5 โมงเย็น
  • แต่ถ้าเป็น Time clause วลีที่บ่งบอกเวลา ต้องใช้ Present simple
    ตัวอย่างเช่น Will he have learned enough English to communicate before he moves to Australia.
    เขาจะเรียนภาษาอังกฤษได้พอที่จะสื่อสารก่อนจะไปออสเตรเลียหรือไม่
    By the time he gets home, she is going to have finished gardening.
    เมื่อเขากลับถึงบ้าน เธอคงจะทำสวนเสร็จแล้ว
Case 2 ใช้พูดถึงระยะเวลาไปจนถึงจุดใดจุดหนึ่งในอนาคต
  • ตัวอย่างเช่น By 4 o’clock, I will have waited for 4 hours.
    ในเวลา 4 โมงเย็น ฉันก็จะนั่งรอมาแล้ว 4 ชั่วโมง
  • I will have been in New York for 3 years by the time I graduates.
    เมื่อตอนฉันเรียนจบ ฉันจะอยู่ที่นิวยอร์คมาแล้ว 3 ปี
  • I had fallen asleep before eight o’clock yesterday .
    เมื่อวานก่อนเวลา 8 โมง ฉันนอนหลับไป

  • ข้อควรจำ ไม่ใช้ future Tense ใน Time clause วลีบ่งบอกเวลา

Future Perfect Continuous

มี 2 รูปแบบ ได้แก่

  • ใช้ will + have + been + Ving
  • ใช้ be going to + have + been + Ving
การใช้ ตัวอย่าง
Case 1 ใช้พูดถึงช่วงระยะเวลาที่ดำเนินจากอดีตไปจนถึงอีกเหตุการณ์หนึ่งในอนาคต
  • I am going to have been working in this company for thirty years when I retire.
    เมื่อฉันเกษียณ ฉันจะทำงานที่บริษัทนี้เป็นเวลา 30 ปี
    จะเห็นว่ามีการระบุระยะเวลาไปจนถึงอีกเหตุการณ์หนึ่งในอนาคต และหลังwhen ใช้ Present Simple Tense
  • She will have been studying English for twelve years by the time she graduates.
    เมื่อตอนเธอเรียนจบเธอจะเรียนภาษาอังกฤษเป็นเวลา 12 ปี
    จะเห็นว่ามีการระบุระยะเวลาไปจนถึงอีกเหตุการณ์หนึ่งในอนาคต และหลัง by the time ใช้ Present Simple Tense
Case 2 พูดถึงเหตุการณ์ที่ดำเนินจากอดีตไปจนถึงอนาคตซึ่งเป็นเหตุทำให้เกิดผล ตัวอย่างเช่น He will be hungry when he gets home because he will be playing tennis for over an hour
เขาคงจะหิวเมื่อเขากลับถึงบ้านเพราะเขาจะเล่นเทนนิสเป็นเวลากว่าชั่วโมง
จากประโยคตัวอย่างมีเหตุที่ทำให้เขาหิวคือ การที่เขาเล่นเทนนิสเป็นเวลากว่าชั่วโมง ผลคือเขาหิว