ภาษาอังกฤษระดับประถม สารบัญ


Present Tense แบ่งได้เป็น

Present Simple

การใช้ ตัวอย่าง
Case 1 ข้อเท็จจริง (General Truth)
  • ตัวอย่างเช่น The sun rises in the east.
    พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก
  • Paris is the capital city of France.
    ปารีสคือเมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส
Case 2 เหตุการณ์เป็นจริงในปัจจุบัน
  • ตัวอย่างเช่น I am here now.
    ฉันอยู่ที่นี้แล้ว
  • He doesn’t need help now.
    เขา(ผู้ชาย)ไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือในตอนนี้
Case 3 กิจวัตร และสิ่งที่ทำเป็นประจำ (Describe habits & routines)
  • ตัวอย่างเช่น She only eats fish.
    เธอกินแค่ปลาเท่านั้น
  • They drive to Krabi every summer.
    พวกเขาขับไปกระบี่ทุกฤดูร้อน
  • She always gets up at 5 o’clock.
    เธอตื่นตอนตีห้าเป็นประจำ
Case 4 เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ที่กำหนดไว้แล้ว
  • ตัวอย่างเช่น Your exam starts at 9.00 a.m.
    การสอนจะเริ่มในเวลา 9 โมง
  • The plane leaves in 30 minutes.
    เครื่องบินจะออกเดินทางในอีก 30 นาที
Case 5 บอกสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยตามหลังคำสันธาน (Conjunction) คำสันธานเช่น after, when, before, as soon as, until
  • ตัวอย่างเช่น He will give it to you when you come next Saturday.
    เขา(ผู้ชาย)จะให้มันกับคุณเมื่อคุณมาเสาร์หน้า
  • She will see you before she leaves.
    เธอจะพบคุณก่อนที่เธอจะกลับ
Case 6 การบอกทาง
  • ตัวอย่างเช่น You walk for two hundred meters, then you turn left.
    คุณเดินไปอีก 200 เมตรและเลี้ยวไปทางซ้าย

  1. กริยาส่วนใหญ่เติม s ได้เลย เช่น eat -> eats
  2. เติม es หลังคำกริยาที่ลงท้ายด้วย ss, sh, ch, x, o, z
    kiss-kisses, wash-washes, teach-teaches, fix-fixes, go- goes, buzz- buzzes, finish- finishes, pass- passes
  3. กริยาที่ลงท้ายด้วย y
    • ถ้าหน้า Y เป็นสระ (a, e, i, o, u) ให้เติม s เลย
      buy- buys, play- plays
    • ถ้าหน้า Y เป็นพยัญชนะ ให้เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม es
      study-studies, bury-buries

Present Continuous

การใช้ ตัวอย่าง
Case 1 เล่าถึงเหตุการณ์หรือการกระทำที่เกิดขึ้นในตอนนี้
  • ตัวอย่างเช่น Tim is watching TV.
    ทิมกำลังดูโทรทัศน์
  • You are working.
    คุณกำลังทำงาน
Case 2 เล่าถึงการกระทำที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ หรือเป็นเทรนด์
  • ตัวอย่างเช่น Are you still going to the same school?
    คุณยังไปโรงเรียนเดิมอยู่หรือไม่
  • More and more people are using cloth bag instead of plastic bag.
    คนจำนวนมากเริ่มหันมาใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก
Case 3 เล่าถึงการกระทำหรือเหตุการณ์ในอนาคตที่มีการวางแผนไว้
  • ตัวอย่างเช่น We are going to eat out tonight
    พวกเราจะออกไปกินข้างนอกกันคืนนี้
  • Are you coming back again next summer?
    คุณจะกลับมาอีกไหมในฤดูร้อนหน้า
Case 4 เล่าถึงการกระทำหรือเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องเป็นประจำ มักจะมีคำว่า always, forever, constantly และส่วนใหญ่จะออกไปในทางลบ
  • ตัวอย่างเช่น You are constantly complaining about traffic in Bangkok.
    คุณบ่นเรื่องปัญหาการจราจรในกรุงเทพตลอด
  • Sam and June are always arguing!
    แซมและจูนเถียงกันตลอดเวลา
Case 5 เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชั่วคราว
  • ตัวอย่างเช่น He usually goes to work by bus, but he is driving to work tomorrow.
    โดยปกติเขาไปทำงานใช้รถสาธารณะ แต่พรุ่งนี้เขาจะขับรถไปทำงาน

Present Perfect

การใช้ ตัวอย่าง
Case 1 เล่าถึงการกระทำหรือสถานการณ์ที่เริ่มตั้งแต่อดีตและยังดำเนินอยู่
  • ตัวอย่างเช่น Sally hasn’t lived in this house for years
    แซลลี่ไม่ได้อาศัยอยู่บ้านนี้มาหลายปี
  • He has worked in this company since 2015.
    เขาทำงานที่บริษัทนี้ตั้งแต่ปี 2015
Case 2 เล่าถึงการกระทำที่ดำเนินมาช่วงเวลาหนึ่งและยังไม่เสร็จสิ้น
  • ตัวอย่างเช่น Sam hasn’t finished planting trees.
    แซมยังปลูกต้นไม้ไม่เสร็จ
  • It has rained a lot this year.
    ปีนี้ฝนตกหนักมาก
Case 3 เล่าถึงการกระทำที่ทำซ้ำๆในช่วงเวลาที่ไม่ระบุระหว่างอดีตและปัจจุบัน
  • ตัวอย่างเช่น Cindy has visited Canada several times.
    ซินดี้ไปเยือนแคนาดาหลายครั้ง
  • We have bought gifts at that store many times.
    เราซื้อของขวัญจากร้านนั้นหลายครั้ง
Case 4 เล่าถึงการกระทำที่เพิ่งจบไป มักจะมีคำว่า Just
  • ตัวอย่างเช่น I have just finished my homework.
    ฉันเพิ่งจะทำการบ้านเสร็จ
  • The rain has just stopped.
    ฝนเพิ่งจะหยุดตก
Case 5 เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชั่วคราว
  • ตัวอย่างเช่น He usually goes to work by bus, but he is driving to work tomorrow.
    โดยปกติเขาไปทำงานใช้รถสาธารณะ แต่พรุ่งนี้เขาจะขับรถไปทำงาน

Present Perfect Continuous

การใช้ ตัวอย่าง
Case 1 พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดในอดีตและดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน
  • ตัวอย่างเช่น Tom has been talking for the last hour
    ทอมพูดโทรศัพท์มาเป็นชั่วโมง
  • Luther has been attending this school for two years.
    ลูเธอร์เรียนที่โรงเรียนนี้มา 2 ปี
Case 2 ในกรณีที่ไม่มีช่วงเวลา มักจะมีคำว่า recently, lately
  • ตัวอย่างเช่น Recently, she has been playing too much VDO game.
    ช่วงนี้เธอเล่นวีดีโอเกมมากเกินไป
  • Tim has been reading too many comic books lately.
    ช่วงนี้ทิมอ่านการ์ตูนมากเกินไป