ภาษาอังกฤษระดับประถม สารบัญ


ทั้งหมด 40 ข้อ

1
1

Tokyo …….the capital city of Japan.

โตเกียวคือเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น ประโยคนี้เลือกใช้ Present simple เนื่องจากเป็นข้อเท็จจริง และใช้ is เพราะประธานเป็นเอกพจน์

2
2

She …..work at 7.00 a.m. every morning.

เธอเริ่มงานเวลา 7 โมงทุกเช้า ประโยคนี้เลือกใช้ Present simple เนื่องจากเป็นกิจวัตร และประธานเป็นเอกพจน์ กริยาเติม s

3
3

She …………a book now.

เธอกำลังเขียนหนังสือในเวลานี้ ประโยคนี้เลือกใช้ Present Continuous เนื่องจากกำลังพูดถึงการกระทำที่ทำอยู่ในเวลานี้ และ ประธานเป็นเอกพจน์จึงใช้ is และตามด้วย present participle (กริยาเติม ing) กริยาที่เสียงยาวเช่น Writeไม่ต้องเติมพยัญชนะตัวสุดท้ายก่อนing แต่ถ้าเสียงสั้นต้องเติมพยัญชนะตัวสุดท้ายเช่น Swim->Swimming

4
4

They…………math problem yet.

พวกเขายังไม่สามารถแก้โจทย์เลขได้ ประโยคนี้เลือกใช้ Present Perfect เนื่องจากเหตุการณ์ดำเนินจากอดีตและยังไม่เสร็จสิ้น ประธานเป็นพหูพจน์จึงใช้ have + Vช่องที่ 3

5
5

Tom ……….. need help now.

ทอมไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือในเวลานี้ ประโยคนี้เลือกใช้ Present Simple เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ในปัจจุบัน need เป็นกริยาช่องที่ 1 ดังนั้นจึงเลือกใช้ verb to do เพื่อทำให้ประโยคอยู่ในรูปปฏิเสธ

6
6

Sunset ……. in the west.

พระอาทิตย์ตกเกิดทางทิศตะวันตก ประโยคนี้เลือกใช้ Present Simple เนื่องจากเป็นข้อเท็จจริง และประธานเป็นเอกพจน์ กริยาเติม s

7
7

………. anything tonight?

คืนนี้คุณทำอะไรหรือเปล่า ประโยคนี้เลือกใช้ Present Continuous เนื่องจากเป็นการถามถึงแผนในอนาคตอันใกล้ที่วางไว้

8
8

My son always ……….. piano before going to bed.

ลูกชายของฉันเล่นเปียโนตลอดก่อนที่จะเข้านอน ประโยคนี้เลือกใช้ Present Simple เพราะมีคำว่า Always (ตลอด)แสดงให้เห็นว่าเขาทำมันเป็นกิจวัตร

9
9

The doctor usually ……… his work at 7 PM.

คุณหมอปกติจะเสร็จงานในเวลา 1 ทุ่ม ประโยคนี้เลือกใช้ Present Simple เพราะมีคำว่า usually (เป็นปกติ) แสดงให้เห็นว่าเขาทำมันเป็นกิจวัตร และประธานเป็นเอกพจน์ กริยาต้องเติม s แต่เนื่องจาก finish เป็นกริยาที่ลงท้ายด้วย sh จึงต้องเติม es

10
10

Luzy …………….in this company for three years.

ลูซี่ทำงานที่บริษัทนี้มาเป็นเวลา 3 ปี ประโยคนี้เลือกใช้ Present Perfect เพราะเหตุการณ์ดำเนินมาจากอดีตและยังคงดำเนินต่อ ประโยคที่ใช้ present simple มักจะมีคำว่า for และ since และเนื่องจากประธานเป็นเอกพจน์ จึงต้องใช้ has + verb ช่องที่ 3

11
11

I ………… television every day.

ฉันดูโทรทัศน์ทุกวัน ประโยคนี้เลือกใช้ Present Simple เพราะเป็นกิจวัตร ประธานเป็นเอกพจน์ แต่ I เป็นข้อยกเว้น กริยาไม่ต้องเติม s

12
12

My colleagues ………………..to eat spicy food.

เพื่อนร่วมงานของฉันไม่ชอบกินอาหารเผ็ด ประโยคนี้เลือกใช้ Present Simple เพราะเป็นนิสัย ประธานเป็นพหูพจน์ และประโยคอยู่ในรูปปฏิเสธ จึงใช้ Verb to do

13
13

The children …………..by the river now.

พวกเด็กกำลังเล่นอยู่ใกล้ๆกับแม่น้ำในเวลานี้ ประโยคนี้เลือกใช้ Present Continuous เพราะเป็นเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน ประธานเป็นพหูพจน์จึงใช้กริยาที่เป็นพหูพจน์

14
14

Linda and Tim …. always at the church on Sunday morning.

ลินดาและทิมอยู่ที่โบสถ์เป็นประจำทุกเช้าวันอาทิตย์ ประโยคนี้เลือกใช้ Present Simple เพราะมีคำว่า Always (เป็นประจำ) แสดงให้เห็นว่าพวกเขาทำเป็นกิจวัตร ประธานเป็นพหูพจน์จึงใช้ are

15
15

John an Jill ………….. yet.

จอนห์และจิลยังมากันไม่ถึง ประโยคนี้เลือกใช้ Present Perfect เพราะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดในอดีตและยังดำเนินมาจนปัจจุบันและยังไม่เสร็จ ประธานเป็นพหูพจน์จึงใช้ have + verb ช่องที่ 3

16
16

My brother is a zookeeper. He……at the Dusit Zoo.

น้องชายของฉันเป็นผู้ดูแลสวนสัตว์ เขาทำงานที่สวนสัตว์ดุสิต ประโยคนี้เลือกใช้ Present Simple เพราะเป็นเหตุการณ์ในปัจจุบัน เนื่องจากประโยคแรกบ่งบอกว่าเหตุการณ์เป็นปัจจบัน ประโยคที่สองจึงเลือกกริยาแสดงความเป็นปัจจุบัน ประธานเป็นเอกพจน์กริยาเติม s

17
17

My sister and I usually …….. to school by bus.

น้องสาวและฉันไปโรงเรียนโดยรถบัสเป็นประจำ ประโยคนี้เลือกใช้ Present Simple เพราะคำว่า usually แสดงว่าเป็นกิจวัตร ประธานเป็นพหูพจน์กริยาไม่ต้องเติม s

18
18

……………….. him lately?

ช่วงนี้เธอเห็นเขาบ้างไหม ประโยคนี้เลือกใช้ Present Perfect เพราะคำว่า lately แสดงให้เห็นว่าเหตุการณ์ดำเนินจากอดีตและดำเนินต่อมายังไม่เสร็จสิ้น ประธานเป็นเอกพจน์ใช้ has + verb ช่องที่ 3 โดย see เป็นกริยาประเภทอปกติ ซึ่งเปลี่ยนรูปทั้ง 3 ช่องได้แก่ see (v1)-> saw(v2)-seen (v3)

19
19

Sally often ……… fruits at the farmer market.

บ่อยครั้งที่แซลลี่ซื้อผลไม้ที่ตลาดเกษตรกร ประโยคนี้เลือกใช้ Present Simple เพราะคำว่า Often (บ่อยๆ) แสดงให้เห็นว่าเธอทำมันเป็นประจำ ประธานเป็นเอกพจน์ กริยาเติม s เนื่องจาก buy เป็นกริยาที่กำหนดว่า ถ้าหน้า y เป็นสระสามารถเติม es ได้เลย แต่ถ้าหน้า y เป็นพยัญชนะเช่น study ต้องเปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม es

20
20

My husband and I ………….. for a new apartment.

สามีฉันและฉัน............มองหาอะพาร์ตเมนต์ใหม่ ประโยคนี้เลือกใช้ Present Continuous เพราะเหตุการณ์ยังดำเนินอยู่ ประธานเป็นพหูพจน์ are looking

21
21

My father usually……….the house at six every morning but he ………….. home at 7 am tomorrow.

ปกติพ่อของฉันจะออกจากบ้านเวลาหกโมงทุกเข้า แต่พรุ่งนี้เขาจะออกจากบ้านตอนเจ็ดโมง ประโยคแรกเลือกใช้ Present Simple เนื่องจากเป็นกิจวัตรเพราะมีคำว่า usually แต่ประโยคที่สองเลือกใช้ Present Continuous เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดชั่วคราว ประธานเป็นเอกพจน์กริยาเติม s และ is + vเติม ing

22
22

This is the fist time I …………….horse.

นี้เป็นครั้งแรกที่ฉันขี่ม้า ประโยคนี้เลือกใช้ Present Perfect ประธานเป็น I ใช้กับ have + verb ช่องที่ 3

23
23

Tim rarely………school.

น้อยครั้งมากที่ทิมจะขาดเรียน ประโยคนี้เลือกใช้ Present Simple เพราะrarely น้อยครั้งแสดงให้เห็นกิจวัตร ประธานเป็นเอกพจน์ กริยาเติม s แต่เนื่องจากกริยาลงท้ายด้วย ss เติม esที่ท้ายคำ

24
24

Jane seldom ……. to work while June and Sam often ……… to work.

นานๆครั้งที่เจนเดินไปทำงานในขณะที่จูนและแซมเดินไปทำงานเป็นประจำ ทั้งสองประโยคเลือกใช้ Present Simple โดยประโยคแรกประธานเป็นเอกพจน์กริยาเติม s ส่วนประโยคที่สองประธานเป็นพหูพจน์ กริยาไม่ต้องเติม s

25
25

Ruby often ………….at the central library.

บ่อยครั้งที่รูบี้ไปทำการทบทวนบทเรียนที่ห้องสมุดกลาง ประโยคนี้เลือกใช้ Present Simple เพราะมีคำแสดงกิจวัตร ประธานเป็นเอกพจน์กริยาเติม s เนื่องจาก study หน้า y เป็นพยัญชนะต้องเปลี่ยน y เป็น i และเติม es

26
26

Which is incorrect?
I have traveled in Europe a lot, and in 2010 I have gone to Africa.

ฉันเดินทางไปยุโรปหลายๆครั้ง และในปี 2010 ฉันเดินทางไปแอฟริกา การเดินทางไปแอฟริกาเกิดขึ้นในอดีตและไม่ได้บอกว่ามีการเยือนบ่อยๆ เป็นไปได้ว่าอาจจะไปแค่ครั้งเดียวและไม่ได้ไปอีก จึงต้องใช้รูปอดีต I went to Africa จึงจะถูกต้อง

27
27

The doctor will see you before he……….

คุณหมอจะพบคุณก่อนที่เขาจะกลับ ประโยคหน้าเป็น Future simple Tense มีกฎว่าถ้ามีคำว่า while, before, after, by the time ในประโยคที่แสดงความเป็นอนาคต ประโยคที่ตามหลังคำเหล่านี้ต้องเป็น Present simple tense และเนื่องจากประธานเป็นเอกพจน์ กริยาจึงเติม s

28
28

He only ………….. mineral water.

เขาดื่มน้ำแร่เท่านั้น ประโยคนี้เลือกใช้ Present simple เพราะเป็นนิสัย ประธานเอกพจน์ กริยาเติม s

29
29

Our train ………….at 10 am.

รถไฟของเราจะออกในเวลาสิบโมง ประโยคนี้เลือกใช้ Present simple เพราะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้และมีการวางกำหนดการแล้ว ประธานเป็นเอกพจน์กริยาเติม s

30
30

Sally is one of my best friends; I …………… her for a long time.

แซลลี่คือหนึ่งในเพื่อนรักที่สุดของฉัน ฉันรู้จักกับเธอมาเป็นเวลานาน ประโยคนี้เลือกใช้ Present Perfect เพราะเกิดในอดีตและยังดำเนินต่อเนื่อง ประธานเป็นเอกพจน์ แต่ประธานคือ I กริยาที่ใช้คือ have + verb ช่องที่ 3

31
31

They ………to Saraburi every weekend.

พวกเขาขับรถไปสระบุรีทุกสุดสัปดาห์ ประโยคนี้เลือกใช้ Present Simple เนื่องจากเป็นกิจวัตร แต่ประธานเป็นพหูพจน์ กริยาไม่ต้องเติม s

32
32

I …… in France this summer. I ……….. French.

ฉันอยู่ที่ฝรั่งเศสฤดูร้อนนี้ ฉันกำลังเรียนภาษาฝรั่งเศส ประโยคแรกใช้ Present simple บอกว่าอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส ประโยคที่สองใช้ Present Continuous เพราะเป็นกระบวนการเรียนที่ดำเนินอยู่

33
33

I ………. my friend tonight.

ฉันจะไปเจอเพื่อนฉันคืนนี้ ประโยคนี้เลือกใช้ Present Continuous เป็นการบอกแผนการณ์ในอนาคตที่วางแผนไว้แล้ว ประธานเป็น I + am + Ving

34
34

He usually …….at home, but he …………..at the restaurant tonight.

ปกติเขาทานข้าวที่บ้านแต่คืนนี้เขาจะไปทานที่ร้านอาหาร ประโยคแรกใช้ Present Simpleเพราะเป็นกิจวัตร แต่ประโยคที่สองใชช้ Present Continuous เพราะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดชั่วคราว ประธานเป็นเอกพจน์ กริยาเติม s และ is+ Ving

35
35

Which is incorrect?
My wife and I have visit many countries since we retied.

ตั้งแต่เราเกษียณ ภรรยาฉันและฉันจะเดินทางไปเยือนหลายประเทศ จะเห็นว่ามีคำว่า Since ที่ใช้ในประโยค Present Perfect ข้อ ก จึงผิดเพราะ have + Verb ช่องที่ 3 “visit” จึงต้องเติม ed

36
36

Cindy ………..in the field at the moment.

ซินดี้กำลังทำงานอยู่ที่หน้างานในขณะนี้ ประโยคนี้ใช้ Present Continuous เพราะเหตุการณ์พูดถึงในปัจจุบันและดำเนินอยู่ ประธานเป็นเอกพจน์ใช้ is +Ving

37
37

Giraffes …………in Africa.

ยีราฟใช้ชีวิตอยู่ในแอฟริกา ประโยคนี้ใช้ Present Simple เพราะเป็นข้อเท็จจริง ประธานเป็นพหูพจน์ กริยาไม่ต้องเติม s

38
38

My sister and I ……what we…….each day in our diaries.

พี่สาวฉันและฉันมักจะเขียนในไดอารีว่าเราทำอะไรในแต่ละวัน ประโยคทั้งสองใช้ Present simple ประธานเป็นพหูพจน์ กริยาไม่ต้องเติม s

39
39

Suzy ……………. French……….2015.

ซูซี่สอนภาษาฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 2015 ประโยคนี้ใช้ Present Perfect เพราะเป็นเหตุการณ์ตั้งแต่อดีตและยังดำเนินอยู่ยังไม่เสร็จสิ้น ประธานเป็นเอกพจน์จึงใช้ has + verb ช่องที่ 3 ของคำว่า teach ->taught และที่ใช้since เนื่องจาก 2015 เป็นจุดเวลา แต่ถ้าใช้ for ต้องใช้แสดงระยะเวลา เช่น 3 months (3 เดือน)

40
40

Taylor …………..to become a singer since she……….. a child.

เทเลอร์ต้องการจะเป็นนักร้องตั้งแต่เธอยังเป็นเด็ก ประโยคแรกใช้ Present simple เพราะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดในอดีตและยังคงเป็นอยู่ หลัง Since จะเป็นการระบุเวลาในอดีตจึงใช้ past tense ประธานเป็นเอกพจน์จึงใช้ has + verb ช่องที่ 3 ของ want ->wanted และ หลัง since ใช้ was เป็น verb ช่องที่ 2 ของ is