ภาษาอังกฤษระดับประถม สารบัญ


ทั้งหมด 40 ข้อ

1
1

Mom, can you take Bob to the veterinarian. He hasn't eaten anything since yesterday. What does "He" refer to?

แม่ครับ ช่วยพาบ็อบไปหาสัตวแพทย์ได้ไหมครับ เขาไม่กินอะไรมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว “เขา”ในที่นี้หมายถึงใคร
ค.บ็อบ (“He” เป็นสรรพนามแปลว่า ( “เขา”)

2
2

Your mother and I are going soon so you could come with .....

2. แม่กับฉันกำลังจะออกไปข้างนอก คุณสามารถไปกับ ..........ได้นะ.
ข. พวกเรา (“us” แปลว่าพวกเราแต่ต่างจาก “we” เพราะเป็นการใช้ในลักษณะกรรม ไม่ใช่ประธานของประโยคนี้)

3
3

Thank you for inviting .........

3. ขอบคุณที่เชิญ ...... มา
ก. ฉัน หรือ ผม(“me” แปลว่าฉันหรือผม แต่ต่างจาก “I” เพราะในประโยคนี้ต้องการกรรม)

4
4

..... am going to get something to eat.

4. ........กำลังจะไปหาอะไรมาทาน
ก. ฉัน (“I” แปลว่าฉันหรือผม ซึ่งเป็นประธานของประโยคนี้)

5
5

..... needs to follow this instruction.

5. ....... ต้องทำตามคำสั่ง
ง. คำตอบคือ “She”เพราะกริยาที่ใช้ในประโยคเติม s :“needs” แสดงว่าประธานต้องเป็นเอกพจน์ที่กริยาต้องเติม s I และ You เป็นประธานเอกพจน์แต่กริยาไม่เติม s

6
6

A dog may drive........sheep for miles, keeping ......traveling in the same direction

6. สุนัขเลี้ยงแกะใช้ต้อนแกะ ของ ......ได้หลายไมล์ และทำให้ ....... สามารถเดินไปในทิศทางเดียวกันได้
ข. ของเขา , พวกมัน ( “His” แปลว่า “ของเขา” และ “them” แปลว่า “พวกเขา หรือ พวกมัน” ซึ่งใช้เป็นกรรมในประโยค ไม่ใช่ประธาน)

7
7

Teacher watched the children carefully as ....... crossed the road.

7. คุณครูได้คอยดูเด็กๆอย่างระมัดระวัง เมื่อ ..... ข้ามถนน
ง. พวกเขา และ “they” แปลว่า “พวกเขา” ซึ่งใช้ประธานของประโยคที่สอง

8
8

This book belongs to ......

8. หนังสือเล่มนี้เป็นของ ......
ก. คุณ ( “You” เป็นสรรพนามที่ใช้เป็นประธานและกรรมได้)

9
9

This is .....car. He bought ..... last year.

9. รถคันนี้เป็น........ เขาซึ้อ .... เมื่อปีที่แล้ว
ค. ของเขา , มัน ( “His” แปลว่า “ของเขา” และ “it” แปลว่า “มัน” ซึ่งใช้หมายถึงสิ่งของที่เป็นกรรมในประโยค)

10
10

Sally accidentally bumps into ....... I was very surprised to see .....

10. แซลลี่เจอ ...... โดยบังเอิญ ฉันค่อนข้างแปลกใจที่เจอ .......
ข. ฉัน , เธอ (“me” ใช้หมายถึงฉันซึ่งเป็นกรรมในประโยคนี้ และ “her” ใช้หมายถึงเธอซึ่งก็เป็นกรรมในประโยคนี้เข่นกัน)

11
11

She poured ........ a cup of coffee.

11. เธอรินกาแฟแก้วหนึ่งให้ ......
ค. “herself” แปลว่าตัวเธอเอง

12
12

Those children were sitting around the fire and trying to keep .......warm.

12. พวกเด็กๆกำลังนั่งอยู่ข้างกองไฟเพื่อพยายามทำให้ ..... อบอุ่น
ง. “themselves” แปลว่าตัวพวกเขาเอง

13
13

Please make.......at home.

13. โปรดทำตัวตามสบายเหมือนอยูบ้าน .....
ก. “yourself” แปลว่า ของคุณเอง

14
14

I am going to make .......a cup of coffee and get back to work.

14. ฉันกำลังจะชงกาแฟถ้วยหนึ่งให้ ..... และกลับไปทำงาน
ข. “myself” แปลว่าตัวฉันเอง ซึ่งใช้เป็นลักษณะของกรรมในประโยคนี้

15
15

We did build a tree house ........

15. พวกเราสร้างบ้านต้นไม้ด้วย .....
ง. “ourselves” แปลว่าตัวพวกเราเอง

16
16

….. am student.

am คือ Verb to be ที่ใช้กับ I เท่านั้น ดังนันคำตอบ คือ ก. I am student. ฉันเป็นนักเรียน

17
17

………told herself to calm down.

ในประโยคนี้มีความหมายว่า”.........บอกกับตัวเธอเองให้ใจเย็น” ดังนั้นจึงต้องใชสรรพนามคือ She

18
18

Hi, It is …………

ในประโยคนี้มีความหมายว่า “สวัสดี นี้......เองนะ” ประโยคนี้ต้องการกรรมดังนั้นต้องเลือกObject Pronoun: me

19
19

He bought this book yesterday and he is going to finish reading……..today.

ในประโยคนี้มีความหมายว่า เขาซื้อหนังสือเล่มนี้เมื่อวานนี้และเขาจะอ่าน.........ให้จบในวันนี้ ประโยคนี้ต้องการกรรมที่ใช้กับสิ่งของ Object Pronoun: it

20
20

Would ………. like anything else, Mister?

ในประโยคนี้มีความหมายว่า ......ต้องการอะไรอีกไหมครับ, คุณผู้ชาย ประโยคนี้ต้องการประธานที่เป็นคู่สนทนา ดังนั้นจึงเลือก Subject Pronoun: You

21
21

Liza bought …………. skirt at that shop.

ในประโยคนี้มีความหมายล่า ลิซ่าซื้อกระโปรง......ที่ร้านนั้น ประโยคนี้ต้องการ Possessive Adjective คำคุณศัพท์บ่งบอกความเป็นเจ้าของ Possessive Adjective: her

22
22

Thank you for helping ………

ในประโยคนี้มีความหมายว่า ขอบคุณที่ช่วย........... ประโยคนี้ต้องการกรรม Objective Pronoun: them (พวกเขา)

23
23

We are going to the temple. Do you want to come with ……….?

ในประโยคนี้มีความหมายว่า พวกเรากำลังจะไปวัด คุณต้องการจะไปกับ......... ประโยคนี้ต้องการ Objective Pronounของคำว่า We: us

24
24

Jack and Jill are best friends. ……….went to the same school.

ในประโยคนี้มีความหมายว่า แจ็คและจิลเป็นเพื่อนรัก. ........เคยเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน ประโยคนี้ต้องการ Subjective Pronoun ที่ใช้กับบุคคลที่ 3 ในรูปพหูพจน์: They (พวกเขา)

25
25

The cat lost ………..collar at the park.

ในประโยคนี้มีความหมายว่า แมวทำปลอกคอ........หายที่สวนสาธารณะ ประโยคนี้ต้องการ Possessive Adjective แสดงความเป็นเจ้าของที่เป็นเอกพจน์ : its (ของมัน)

26
26

This is a song ………….reminds me of my good old days.

ในประโยคนี้มีความหมายว่า นี้คือเพลง....ทำให้ฉันนึกถึงวันเก่าๆที่ดี ๆ ประโยคนี้ต้องการ Relative Pronoun: that

27
27

They had five boys, all of ………served in the U.S. Navy during World War II

ในประโยคนี้มีความหมายว่า พวกเขามีลูกชายห้าคน ลูกทุกคนเป็นทหารหน่วยนาวิกโยธินของสหรัฐอเมริกาที่เข้าร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่สอง ประโยคนี้ต้องการ Relative Pronoun: whom

28
28

She is the only friend …………..really understands him.

ในประโยคนี้มีความหมายว่า เธอเป็นเพื่อนเพียงคนเดียว.........เข้าใจเขา ประโยคนี้ต้องการ Relative Pronounที่ใช้กับคนและในรูปประธานของประโยค:who

29
29

The police is talking to that man ………..car double parks

ในประโยคนี้มีความหมายว่า ตำรวจกำลังคุยกับชายคนนั้นที่รถ......จอดซ้อนคัน ประโยคนี้ต้องการ Relative Pronounที่ใช้กับคนและในรูปแสดงความเป็นเจ้าของ:whose

30
30

This is my book and those are their books. ข้อใดสามารถแทนคำที่ขีดเส้นใต้

ในประโยคนี้มีความหมายว่า นี้คือสมุดของฉัน และเหล่านั้นคือสมุดของพวกเขา สามารถแทนคำที่ขีดเส้นใต้ด้วย Possessive Pronoun ที่มีความหมายว่าของพวกเขา: theirs

31
31

That’s Jim’s computer and this is my computer ข้อใดสามารถแทนคำที่ขีดเส้นใต้

ในประโยคนี้มีความหมายว่า นี้คือคอมพิวเตอร์ของจิม และนี้คือคอมพิวเตอร์ของฉัน สามารถแทนคำที่ขีดเส้นใต้ด้วย Possessive Pronoun ที่มีความหมายว่าของฉัน: mine

32
32

This car is ………..

ในประโยคนี้มีความหมายว่า นี้คือรถของ........... สามารถแทนคำที่ขีดเส้นใต้ด้วย Possessive Pronoun: his

33
33

Lydia is a friend of ……………..

ในประโยคนี้มีความหมายว่า ลิเดียเป็นเพื่อนของ........... ประโยคนี้สมบูรณ์ได้ด้วย Possessive Pronoun: mine, hers

34
34

Don’t worry about us. We can go there by………..

ในประโยคนี้มีความหมายว่า ไม่ต้องเป็นห่วงพวกเรา พวกเราสามารถไปได้ด้วย................... ประโยคนี้ต้องการ Reflexive Pronounที่มีความหมายว่าพวกเรา: ourselves

35
35

Please come in and please make …………… at home.

ในประโยคนี้มีความหมายว่า กรุณาเข้ามาและกรุณาทำตัวตามสบายเหมือนอยู่บ้าน ประโยคนี้ต้องการ Reflexive Pronoun ที่มีความหมายหมายถึงคู่สนทนา: yourself

36
36

He poured ………… another cup of coffee.

ในประโยคนี้มีความหมายว่า เขารินกาแฟให้...............อีกถ้วย ประโยคนี้ต้องการ Reflexive Pronoun ที่มีความหมายหมายถึงตัวเขาเอง: himself

37
37

Aunt Anne made these cookies herself.คำสรรพนามที่ขีดเส้นใต้จัดเป็นคำสรรพนามในข้อใด

ในประโยคนี้มีความหมายว่า ป้าแอนทำคุ้กกี้ด้วยตัวเธอเอง ประโยคนี้จัดเป็น Intensive Pronoun เพราะherself ในที่นี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นกรรมในประโยค และสามารถละทิ้งจากประโยคได้

38
38

Tony found himself in a dangerous part of town.คำสรรพนามที่ขีดเส้นใต้จัดเป็นคำสรรพนามในข้อใด

ในประโยคนี้มีความหมายว่า โทนี่พบว่าตัวเขาเองอยู่ในส่วนอันตรายของเมือง ประโยคนี้จัดเป็น Reflexive Pronoun เพราะ himself ในที่นี้ทำหน้าที่เป็นกรรมในประโยค และไม่สามารถละทิ้งจากประโยคได้

39
39

You made yourself dinner. คำสรรพนามที่ขีดเส้นใต้จัดเป็นคำสรรพนามในข้อใด

ในประโยคนี้มีความหมายว่า คุณทำอาหารเย็นให้ตัวเอง ประโยคนี้จัดเป็น Reflexive Pronoun เพราะ yourself ในที่นี้ทำหน้าที่เป็นกรรมในประโยค และไม่สามารถละทิ้งจากประโยคได้

40
40

The King himself pardoned Mr.Tony . คำสรรพนามที่ขีดเส้นใต้จัดเป็นคำสรรพนามในข้อใด

ในประโยคนี้มีความหมายว่า พระราชาพระราชทานอภัยโทษให้กับคุณโทนี่ด้วยพระองค์เองประโยคนี้จัดเป็น Intensive Pronoun เพราะ himself ในที่นี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นกรรมในประโยค และสามารถละทิ้งจากประโยคได้