คณิตศาสตร์ระดับประถม สารบัญ


ทั้งหมด 15 ข้อ

1
1

ข้อใดคือกฎที่ใช้ในการทำให้เกิดแบบรูปต่อไปนี้ 5, 12, 19, 26, 33

คำตอบคือ ข้อ ข.
เพราะ 5, 5 + 7 = 12, 12 + 7 = 19, 19 + 7 = 26 , 26 + 7 = 33
รูปแบบที่ซ้ำกันคือตัวเลขแต่ละตัวบวก 7

2
2

ข้อใดคือกฎที่ใช้ในการทำให้เกิดแบบรูปต่อไปนี้ 1, 5, 25, 125

คำตอบคือ ข้อ ค.
เพราะ 1, 1 × 5 = 5, 5 × 5 = 25, 25 × 5 = 125
รูปแบบที่ซ้ำกันคือตัวเลขแต่ละตัวคูณ 5

3
3

ถ้ากำหนดให้วงกลมแทนเก้าอี้ และสี่เหลี่ยมแทนโต๊ะ นำมาจัดวางดังรูป ถ้าจัดโต๊ะจำนวน 20 ตัวเรียงติดกัน จะต้องใช้เก้าอี้จำนวนกี่ตัว

คำตอบคือ ข้อ ก.
จะเห็นว่าถ้ามีโต๊ะ 1 ตัว จะใช้เก้าอี้จำนวน : (1 × 2) + 2 = 4 ตัว
ถ้ามีโต๊ะ 2 ตัว จะใช้เก้าอี้จำนวน : (2 × 2) + 2 = 6 ตัว
ถ้ามีโต๊ะ 3 ตัว จะใช้เก้าอี้จำนวน : (3 × 2) + 2 = 8 ตัว
ดังนั้นถ้ามีโต๊ะ 20 ตัว จะใช้เก้าอี้เท่ากับ (20 × 2) + 2 = 42 ตัว

4
4

โต๊ะสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านกว้างจัดเก้าอี้ได้ด้านละ 1 ตัว ด้านยาวจัดเก้าอี้ได้ด้านละ 3 ตัว นำด้านกว้างของโต๊ะมาต่อกันจำนวน 10 จะจัดเก้าอี้ได้ทั้งหมดกี่ตัว

คำตอบคือ ข้อ ข.
จะเห็นว่า ถ้าโต๊ะ 1 ตัว จะใช้เก้าอี้ : (1 × 6) + 2 = 8 ตัว
ถ้ามีโต๊ะ 2 ตัวต่อกันด้านกว้าง จะใช้เก้าอี้: (2 × 6) + 2 = 14 ตัว
ดังนั้นถ้ามีโต๊ะ 10 ตัว จะใช้เก้าอี้เท่ากับ (10 × 6) + 2 = 62 ตัว

5
5

พิจารณาจากรูป ถ้าต้องการร้อยลูกปัดให้ได้ 30 ชั้น จะต้องใช้ลูกปัดทั้งหมดเท่าไร

คำตองคือ ข้อ ง.
จะเห็นว่า 1 ชั้นใช้ลูกปัด 1
ถ้า 2 ชั้น จะใช้ลูกปัด: 1 + 2 = 3 ชิ้น
ถ้า 3 ชั้น จะใช้ลูกปัด: 1 + 2 + 3 = 6 ชิ้น
ดังนั้น ถ้า 30 ชั้นจะใช้ลูกปัด 1 + 2 + 3 + 4 + 5 + 6 + … + 27 + 28 + 29 + 30
หาค่าผลบวกได้ 2 วิธี

วิธีที่ 1 [(ตัวเลขแรก + ตัวเลขสุดท้าย) × ตัวเลขสุดท้าย ] ÷ 2
[(1+30) × 30] ÷ 2 = (31 × 30) ÷ 2 = 930 ÷ 2 = 465

วิธีที่ 2 ลองสังเกตว่า 1-30 จะมีชุดตัวเลขที่บวกกันได้ 30 มีอยู่ 14 ชุด ยกเว้น 15, 30 เช่น 1-29, 2-28, 3-27,….., 14-16 ดังนั้น 14 × 30 = 420
ยังเหลือที่ยกเว้น 15, 30 : 420 + 15 + 30 = 465 ชิ้น

6
6

จงหาตัวเลขที่ขาดหายไป 3, 6, 12, 24, 48, …, 192

คำตอบคือข้อ ค.
3, 3 × 2 = 6, 6 × 2 = 12, 12 × 2 = 24 , 24 × 2 = 48
ดังนั้นตัวเลขถัดไปที่หายไปคือ 48 × 2 = 96
และตรวจสอบตัวเลขถัดไป 96 × 2 = 192




7
7

จงหาตัวเลขที่หายไป 5, 11, 23, 47, …, 191

คำตอบคือ ข้อ ข.
5, (5 × 2) + 1 = 11, (11 × 2) + 1 = 23, (23 × 2) + 1 = 47
ดังนั้นตัวเลขถัดไปที่หายไปคือ (47 × 2) + 1 = 95
และตรวจสอบตัวเลขถัดไป (95 × 2) + 1 = 191

8
8

1, 4, 8, 13, 19, X, Y
ข้อใดต่อไปนี้คือผลบวกของ X และ Y (สสวท ป. 3)

คำตอบคือ ข้อ ข.
เมื่อพิจารณาจะเห็นว่า 4 – 1 = 3 , 8 – 4 = 4, 13 – 8 = 5, 19 – 13 = 6
ดังนั้น X – 19 = 7 เมื่อแก้สมการ จะได้ค่า X = 26
ดังนั้น Y – 26 = 8 เมื่อแก้สมการ จะได้ค่า Y = 34
ผลบวกของ X + Y = 26 + 34 = 60

9
9

พิจารณาแบบรูปจำนวน ตั้งแต่จำนวนที่ 1 ถึง จำนวนที่ 7 คือ 1, 3, 4, 7, 11, 18, 29, ….
จงหาจำนวนที่ 10 จากแบบรูปจำนวนที่กำหนดให้

คำตอบคือข้อ ง.
พิจารณาเลขชุดนี้ จะเห็นความสัมพันธ์
1, 3, 4 (1 + 3), 7 (3 + 4), 11 (4 + 7), 18 (7 + 11), 29 (11 + 18)
โจทย์ให้หาจำนวนที่ 10 (No.10)
1 (No.1), 3 (No.2), 4 (No.3), 7 (No.4), 11 (No.5), 18 (No.6), 29 (No.7)
ต้องหาจำนวนเพิ่มอีก 3 ตัว
47 (18 + 29), 76 (29 + 47), 123 (47 + 76)
ดังนั้น จำนวนที่ 10 (No.10) จากแบบรูปคือ 123

10
10

พิจารณาแบบรูปจำนวนที่กำหนดให้ แล้วจำนวนที่อยู่ถัดไป
21, 25, 33, 49, 81,…

คำตอบคือ ข้อ ง.
พิจารณาแบบรูป จะเห็นความสัมพันธ์
25 – 21 = 4, 33 – 25 = 8, 49 – 33 = 16, 81 – 49 = 32
เมื่อนำตัวเลขถัดไปลบด้วยตัวเลขก่อนหน้าจะได้ผลลัพธ์ 2, 4, 8, 16, 32,….
ตัวเลขถัดจาก 32 คือ 32 × 2 = 64
กำหนดให้ตัวเลขถัดจาก 81 คือ X
ดังนั้น X – 81 = 64 เมื่อแก้สมการ X = 145

11
11

พิจารณาแบบรูปจำนนที่กำนหดให้ แล้วหาจำนวน X และ Y
2, 5, 10, 3, 6, 18, 4, 7, 28, X, 8, Y

คำตอบคือ ข้อ ค.
ถ้าสังเกตจะเห็นว่าตัวเลข 3 ตัวเรียงกันจะเกี่ยวข้องกัน
ชุดที่ 1: 2, 5, 10 โดย 10 มาจาก 2 × 5
ชุดที่ 2: 3, 6, 18 โดย 18 มาจาก 3 × 6
ชุดที่ 3: 4, 7, 28 โดย 28 มาจาก 4 × 7
ชุดที่ 4: X, 8, Y โดย Y มาจาก X × 8
ถ้าสังเกต ตัวเลขแรกของแต่ละชุดจะเป็น 2, 3, 4, X
ดังนั้น X = 5 นำ Xไปแทนค่าเพื่อหาค่า Y
Y = X × 8 = 5 × 8 = 40
ดังนั้น X = 5 และ Y = 40

12
12

กำหนด 135,200 135,150 135,100 ตัวเลขจำนวนต่อไปที่เข้าชุดกันคือข้อใด (สสวท ป. 3)

คำตอบคือ ข้อ ก.
เมื่อพิจารณาชุดตัวเลขจะเห็นว่า 135,200 ห่างกับ 135,150 อยู่ที่ 50
135,150 ห่างกับ 135,100 อยู่ 50
ดังนั้น ตัวเลขถัดไปก็น่าจะห่างกับ 135,100 อยู่ 50 : 135,100 – 50 = 135,050




13
13

จำนวนชุดหนึ่งมีความสัมพันธ์ดังภาพ จงหาจำนวน ? ว่ามีค่าเท่ากับเท่าไร

คำตอบคือ ข้อ ง.
ถ้าสังเกตรูปซ้ายมือจะเห็นว่า (4 × 5) – 1 = 19 จะตรงกับส่วนที่ทับซ้อน
สังเกตรูปตรงกลางจะเห็นว่า (7 × 6) – 1 = 41 จะตรงกับส่วนที่ทับซ้อน
สังกตรูปขวามือ (4 × ?) – 1 = 39
ดังนั้น ? = 10

14
14

จงหาค่าของ ?

คำตอบคือ ข้อ ค.
สังเกตคอลัมน์ที่ 1 จะเห็นว่า 336 มาจาก 7 × 6 × 4 × 2 (โดยที่ 7, 6, 4 มาจากคอลัมน์ที่ 1)
สังเกตคอลัมน์ที่ 2 จะเห็นว่า 120 มาจาก 5 × 6 × 2 × 2 (โดยที่ 5, 6, 2 มาจากคอลัมน์ที่ 1)
ดังนั้น ค่า ? มาจาก 2 × 1 × 9 × 2 = 36

15
15

แบบรูปต่อไปนี้ จำนวนใดผิด
8, 14, 26, 48, 68, 98, 134

คำตอบคือ ข้อ ก.
แบบรูปนี้จะมาจาก
8, 14 [8 + (1 × 6)], 26 [14+ (2 × 6)], 44 [26 + (3 × 6)], 68 [44 + (4 × 6)], 98 [68 + (5 × 6)], 134 [98 + (6 × 6)]
ดังนั้น 48 จึงเป็นค่าที่ผิด